ภูฏาน… ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า  พาโร - ทิมพู  4 วัน 3 คืน
ภูฏาน… ดินแดนแห่งมังกรสายฟ้า 
พาโร - ทิมพู  4 วัน 3 คืน
กำหนดวันเดินทาง :
01 -31 พฤษภาคม 2558
01 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2558
01 กันยายน - 30 พฤษจิกายน 2558
01 ธันวาคม 2558 - 29 กุมภาพันธ์ 2559
กำหนดวันเดินทาง : เดินทางได้ทุกวันตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป
สายการบินภูฐาน แอร์ไลน์(B3)
ราคาเริ่มต้นท่านละ  46,900 บาท 
วันแรก
กรุงเทพฯ - พาโร – พาโรซอง – ทิมพู – ทาชิโชซอง                                                                                                      
04.30 น.
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 5 เคาน์เตอร์ K (16-19) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอินตั๋วที่สายการบินภูฏาน แอร์ไลน์ (Bhutan Airlines) 
06.30 น.  
 เหินฟ้าสู่ประเทศภูฏาน  โดยสายการบินภูฐาน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ B3-701 (เครื่องจะแวะจอดประมาณ 30 นาที ที่เมืองกัลกัตต้า ประเทศอินเดีย)
09.45 น.   
เดินทางถึงสนามบินพาโร  เมืองพาโร  ที่ระดับความสูง 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาเอเวอร์เรสท์ เทือกเขาคันเชงจุงก้าซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก และสามารถมองเห็นเทือกเขาน้อยใหญ่แห่งหิมาลัย เช่นยอดเขามาคะลู ยอดเขาชมอนฮาริ ยอดเขาจีชูเดรก ยอดเขาซริมกาน และได้สูดอากาศบริสุทธ์ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว 
    จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Museum of Bhutan) ซึ่งในอดีตเคยเป็นหอสังเกตการณ์ หรือ ตาซอง (Ta Dzong) ให้แก่พาโร ริงปุง ซอง แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวมรวมภาพพระบฏ อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายหลายรูปแบบ แต่เนื่องจากตัวอาคารได้ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ ทำให้ตัวอาคารเกิดความเสียหายอย่างมาก และอาจเป็นอันตรายต่อการเข้าชมภายในตัวอาคาร นักท่องเที่ยวจึงสามารถชมได้จากด้านนอกอาคารเท่านั้น จากนั้นนำท่านสู่ พาโรซอง (Paro Rinpong Dzong) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1645ในรัชสมัยของ Shabdrung Ngwang Namgyel ผู้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวมประเทศภูฏานเข้าไว้เป็นหนึ่งเดียวในช่วง คริสตศตวรรต 17 ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร  ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็นทั้งสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ  200  รูป
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทิมพู ราชธานีแห่งภูฏานโดยทางรถยนต์ ระยะทาง  68 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทางท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของภูฏานและท่านจะตื่นตาตื่นใจสถาปัตย กรรมที่มีรูปแบบและมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูฏาน ที่ท่านจำได้พบเห็นตลอดสองข้างทางจนกระทั่งมองเห็นภาพบ้านเรือนแบบภูฏานซึ่งคับคั่งกว่าที่ใด  โดยสร้างลดหลั่นตามเชิงเขาซึ่งมีพื้นที่ราบเล็กๆ โอบล้อมด้วยขุนเขา มีแม่น้ำทิมพูไหลพาดผ่าน ทิมพูนับว่าเป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดของเอเชีย   ถึงตัวเมืองทิมพู นำท่านชมเมืองทิมพูซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งเดียวในโลกที่ไม่ใช้ไฟจราจร ท่านจะรู้สึกได้ถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของประเพณีดั้งเดิม และความทันสมัย โดยเอกลักษณ์ที่โดดเด่น คือ สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมการแต่งกาย ตลอดจนมิตรไมตรีจิตของผู้คน โดยชาวภูฏานส่วนใหญ่จะแต่งกายด้วยชุดประจำชาติ ผู้ชายจะแต่งชุดที่เรียกว่า โก (Kho) ส่วนผู้หญิงจะแต่งชุดที่เรียกว่า กีร่า (Kira) ท่านสามารถจับจ่ายซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองต่างๆ เช่น ผ้าทอภูฏาน เครื่องประดับเงิน ไม้แกะสลัก ภาพพระบฏ (Thangka) น้ำผึ้ง และหนังสือได้ที่นี่ 
    นำท่านชม ทาชิโชซอง (Tashicho Dzong) ซึงเป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหลวงทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์  สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช  ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล  (หมายเหตุ : ก่อนอื่นคงต้องขอพูดถึงเรื่องของซอง  (Dzong)  เสียก่อน  มาภูฏานสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้พบเห็นและได้ยินบ่อยๆ  คือ  ซอง  เพราะ “ซอง”  ไม่ใช่เป็นเพียงสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญกับด้านการบริหารการปกครองบ้านเมืองเท่านั้นหากแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนภูฏาน  เนื่องจากเป็นที่ตั้งของวัดหลักประจำท้องถิ่นเขตนั้นๆ  หากแปลความหมายของซอง  ซึ่งเป็นภาษาซองคา  ก็คือป้อมปราการ  ที่ในอดีตใช้เป็นที่ใช้ป้องกันอริศัตรูที่มารุกรานผืนดินแห่งนี้นั่นเอง)
นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
พัก ณ โรงแรม    หรือเทียบเท่า
วันที่สอง
ทิมพู – เลือกซื้อของตลาดสุดสัปดาห์ - มหาสถูปพระบรมอัฐิ-สอนงานศิลปะ - วัดชันกังคา - ที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน- วัดแม่ชี  ซิลูคา - โรงเรียนสอนงานศิลปะ - พาโร
เช้า
อรุณสวัสดิ์...รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  จากนั้นนำท่าน เดินเล่นใน ตลาดสุดสัปดาห์ (Weekend market) ซึ่งจำหน่ายผลผลิตทาง การเกษตร และของที่ระลึก  จากนั้นชม มหาสถูปประดิษฐ์ฐานพระบรมอัฐิ ( Memorial Chorten) จิกมี  ดอร์จี  วังชุก ซึ่งเป็นพระชนกของกษัตริย์ (พระเจ้าจิกมี  ซิงเย  วังชุก)  พระองค์เป็นกษัตริย์องค์ที่ 3 ที่ปกครองภูฏาน ในช่วงปี ค.ศ. 1952-1972  และทรงได้รับพระฉายาว่า “พระบิดาแห่งภูฏานยุคใหม่”  (King of Merdernization) มีประสงค์จะสร้างเพื่อเป็นการถวายเป็นพุทธบูชา แทนสัญลักษณ์ กาย วาจา และใจ ของพุทธศาสนา  แต่ท่านได้เสียชีวิตลงเสียก่อน สมเด็จพระราชินีจึงได้ดำเนินการสร้างต่อจนแล้วเสร็จ จากนั้นนำชมวัดชันกังคา (Changangkha Temple) วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ซึ่งถูกสร้างในค.ศ. ที่ 14 หรือ กว่า 600 ปี ชม ซังเกกัง (Sangaygang) จุดชมวิวทิวทัศน์ ที่สวยงาม ของหุบเขา เมืองทิมพู เพื่อเก็บภาพประทับใจ และชมสถานอนุรักษ์สัตว์ประจำชาติของภูฏาน ที่เรียกว่าทาคิน (Takin) ซึ่งปัจจุบันหาดู ได้ยากมาก จากนั้นนำท่านชมที่ทำการไปรษณีย์ภูฏาน (Post Office) ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อดวงตรา ไปรษณี ยากร ที่งดงามของภูฏานที่ถูกจัดแสดงไว้ที่นี่ ภูฏานจัดเป็นประเทศ “เจ้าแห่งสแตมป์” แห่งหนึ่งของโลก สแตมป์ของภูฏานมีให้เลือกในหลายรูปแบบและราคา ทั้งรูปวิวทิว ทัศน์ธรรมชาติ รูปวัดและป้อมปราการที่เรียกว่า ซ็อง (Dzong) รูปสัตว์ รูปดอกไม้ต่างๆรวมทั้งยังมีสแตมป์ 3 มิติอีกด้วย
เที่ยง
  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านชม วัดแม่ชี  ซิลูคา (Zilukha Nunnary)  ซึ่งเป็นวัดแห่งเดียวในทิมพูที่มีแม่ชีจำวัดและศึกษาเล่าเรียนอยู่ จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม หอสมุดแห่งชาติ (The National Library) ชมโรงเรียนสอนงานศิลปะ (The School of Arts and Crafts or the Painting School) เป็นสถาบันที่สอนงานศิลปะและงานช่างของภูฏาน 13 แขนง โดยใช้หลักสูตร 6 ปี ซึ่งท่านจะเห็นเด็กนักเรียนกำลังประดิษฐ์ งานศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การแกะสลักไม้ การปั้นพระพุทธรูปปูนปั้น และการวาดภาพ     พระบฏ หรือภาพทังก้า (Tanka) จากนั้นนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นบ้าน(The Folk Heritage Museum) จากนั้นนำท่านอิสระช้อปปิ้งเลือกซื้อของฝากนำท่านเดินทางสู่ เมืองพาโร เมื่อเดินทางถึงเมืองพาโร นำท่านเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พัก ณ โรงแรม   หรือเทียบเท่า
วันที่สาม
เมืองพาโร – คิชู ลาคัง – วัดทักซัง – ดรุกเยล ซอง
เช้า
อรุณสวัสดิ์... รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านซัทซัม เพื่อขี่ม้า ขึ้นเขาทักซัง ณ ที่นี้เป็นที่ตั้งของ วัดทักซัง (Taktsang Monastery) ชื่อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อเก่า   วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในราชอาณาจักรภูฏาน เป็นวัดที่เก่าแก่สร้างในปี ค.ศ. 1692 เชื่อกันว่าพระคุรุปัทมาสัมภวะซึ่งเป็น องค์ปฐมาจารย์ผู้นำศาสนาพุทธลัทธิตันตระไปเผยแพร่ในทิเบตและราชอาณาจักรแห่งนี้ ประทับบนหลังเสือ แล้วเหาะขึ้นมาวิปัสสนากรรมฐานในถ้ำแห่งนี้เป็นเวลา 3 เดือน โดยชาวภูฏาน ทุกคนมีความปรารถนาแรงกล้าที่จะได้ขึ้นมาแสวงบุญที่ทักซังสักครั้งหนึ่งในชีวิต ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาสูง 900 เมตรชายเขตเมืองพาโร  (การเดินทางขึ้นไปยังวัดทักซัง รถบัสจะนำคณะมีที่จุดขึ้นม้าที่หมู่บ้านซัทซัม โดยจะมีคนเลี้ยงม้าคอยดูแล ตลอดการเดินม้า ท่านจะเพลิดเพลินกลับธรรมชาติ ตลอดการเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง ที่จะเดินทางถึง Café เพื่อพักผ่อนชมวิวของวัดทักซังพร้อมรับประทาน ชา/กาแฟ และอาหารว่าง หากท่านใดประสงค์จะไปถึงตัววัดทักซังจะต้องขี่ม้าไปอีกหนึ่งชั่วโมง และเดินโดยทางเท้าอีก 400 เมตร เพื่อลงบันไดประมาณ 250 ขั้น และเดินขึ้นบันได อีก 100 ขั้น จึงจะถึงตัววัด เมื่อท่านได้ถ่ายรูป หรือประสงค์จะสวดมนต์หรือนั่งสมาชิกจนได้เวลาพอสมควร จะนำท่านเดินทางโดยทางเท้ากลับลงมาตลอดเส้นทางจนถึงที่พักรถ) (แถมฟรี)
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 จากนั้นนำชม “ดรุกยาล ซอง” (Drugyel Dzong) ป้อมโบราณเก่าแก่อยู่บนยอดเขาสร้างราว ค.ศ. 1649 ใช้เป็นป้อมหน้าด่านต่อสู้จากผู้รุกรานจากทิเบตโดยตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพาโร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถมองเห็นทิเบตและเทือกเขา   จูโมลฮารี หรือ “เทือกเขาแห่งพระเจ้า” ที่มีความสูงถึง 7,315 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นจุดชมวิวของยอดเขา “จูโมลฮารี” (Jomolhari) นำท่านเดินทางสู่ คิชู ลาคัง(Kyichu LhakhangTemple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในภูฏาน ตามประวัติว่า สร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12  หรือราว 1,300 ปี มาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ภูฎานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต โดย กษัตริย์ซองเซน กัมโป ซึ่งชาวทิเบต ยกย่องว่าเป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐาน ในทิเบต โปรดให้สร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุดของยักษ์ตนหนึ่งซึ่งนอนแผ่ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้ หมายจะไม่ให้สัจธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึงโดยที่จุดที่สร้างวัดคิชู ที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏาน อยู่ที่เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่า ซ้ายของยักษ์)  จากนั้นนำท่านชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยซองเซน กัมปุ ซึ่งปูพื้นด้วย ไม้แผ่นใหญ่ตรงบริเวณเบื้อง หน้าพระปฏิมประธานมีรอยบุ๋มลึก    เนื่องจากมีผู้แสวง บุญมายืน และก้มลงกราบ พระแบบ “อัษฎางคประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี 
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงนาฎศิลป์ของชาวภูฐาน (ทั้งนี้จำนวนผู้เดินทางต้องไม่ต่ำกว่า 15 ท่าน ทางบริษัทฯ จึงจะสามารถจัดการแสดงให้ได้ และทางบริษัทฯจะจัดชุด Kho และ Kera ให้ท่านได้ใส่เพื่อเข้ากับบรรยากาศ)
พัก ณ โรงแรมหรือเทียบเท่า
วันที่สี่ 
พาโร – กรุงเทพฯ
เช้า อรุณสวัสดิ์... รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
08.00 น.   ได้เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบินพาโร
10.35 น.   เหิรฟ้ากลับกรุงเทพ  โดยสายการบินภูฐาน แอร์ไลน์  เที่ยวบินที่ B3-700
15.50 น.   ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ มิรู้ลืม...
 
ไทยแอร์บุคกิ้งดอทคอม
บริการด้วยใจเพื่อคนไทยเที่ยวทั่วโลก
โทรศัพท์ : 021752702
แฟ๊กซ์ : 021752701
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com 
ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม www.thaiairbooking.com
 
 
Thaiairbooking.com ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ในราคาประหยัด พร้อมประกันการเดินทาง เพื่อให้คุณได้มั่นใจในการเดินทางไปกับเรา ยังมีบริการจองโรงแรม ที่พัก รถยนต์ อย่างครบวงจร และรวบรวมสุดยอดแพคเก็จทัวร์ทั้้งในและต่างประเทศมากมาย เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับหลากหลายประสบการณ์การเดินทาง และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ในราคาประหยัดกับบริการที่มีคุณภาพ
คุณสามารถขอรายละเอียดโปรแกรมทัวร์เพิ่มเติมได้ที่

โทร. 02-175-2702, 081-613-2077
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com
 
 

 
 
Copyright © 2012-2015 www.thaiairbooking.com All Rights Reserved.