ทัวร์ภูฎาน 5 วัน 4 คืน
พาโร - ทิมพู - พูนาคา - วังดี - เขาทักซัง
ภูฎาน - ดินแดนแห่งอารยธรรมและขุนเขาเฉียดฟ้า ตั้งอยู่ทางภูมิภาคเอเซียใต้ ที่โอบล้อมด้วยภูเขาจำนวนมากในเทือกเขาหิมาลัย ระหว่างประเทศอินเดียและจีน มีเอกลักษณ์ที่งดงาม ทั้งวัฒนธรรมการแต่งกายที่โดดเด่นและ ความเชื่อทางพุทธศาสนาในสายมหายาน และเป็นประเทศเดียวที่สนใจเรื่องความสุขมวลรวมภายในประเทศมากกว่าเรื่องผลิตผลมวลรวมภายในประเทศ ดังคำขวัญของประเทศที่ว่า หนึ่งชาติ หนึ่งประชาชน พร้อมเปิดประตูสู่ภูฎานไปกับมันดาร่า
  
กำหนดวันเดินทาง :
26-30 มิถุนายน 2559
13 - 17 สิงหาคม 2559
กำหนดวันเดินทาง : ราคาตั้งแต่ 10 ท่านขึ้นไป พร้อม ทัวร์ลีดเดอร์
สายการบินภูฐาน Druk air ( KB )
ราคาเริ่มต้นท่านละ 45,500 บาท
วันแรก
กรุงเทพฯ – พาโร - ทิมพู
07.00 น.
พร้อมกันที่สนามบินสนามบินสุวรรณภูมิ ชั้นอาคารผู้โดยสารขาออก ประตูที่ 10 เคาร์เตอร์ W เจ้าหน้าที่บริษัทฯ และ ทัวร์ลีดเดอร์ ให้การต้อนรับเพื่อเช็คอินตั๋วที่สายการบินแห่งชาติภูฏาน ดรุกแอร์ (Druk Air ) สายการบินแห่งชาติประเทศภูฎาน น้ำหนักกระเป๋าท่านละ 20 กิโล
09.25 น.
เหินฟ้าสู่ประเทศภูฏาน โดยสายการบิน ดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB 141 ใช้เวลาบิน4ชั่วโมง แวะจอดที่ BAGGDORA 30 นาทีรับประทานอาหารบนเครื่องบิน
12.55 น.
เดินทางถึงสนามบินพาโร เมืองพาโร หลังจากผ่านพิธีการเข้าประเทศ ให้ท่านแลกเงินท้องถิ่นนูทรัมที่ร้านแลกเงินภายในสนามบินก่อน จากนั้นพบกับมัคคุเทศก์ท้องถิ่นรอต้อนรับท่านที่ประตูทางออก เมื่อจัดสัมภาระขึ้นรถแล้ว เดินทางสู่เมืองพาโร
 
13.50 น.
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ( National Museum) ในเมืองพาโร ซึ่งในอดีตเคยเป็นป้อม ปราการหรือตาซอง (Ta Dzong) แต่ถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1968 มีทั้งหมด 6 ชั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่เก็บรวบรวมพระพุทธรูป ภาพพระบฎ หนังสือสวดมนต์ หน้ากาก ( masks ) เครื่องแต่งกาย อาวุธ เหรียญกษาปณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ไม้สอย สัตว์ป่า ในแถบเทือกเขาหิมาลัย ตลอดจนดวงตราไปรษณีย์ที่สวยงามมากมายชมชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูฎาน
15.00 น.
นำท่านชม ( Paro Ringpong Dzong ) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1646 โดย
ฉับดรุง งาวัง นัมเกล ถูกสร้างบนพื้นที่ ที่เด่นตระหง่านอยู่ในหุบเขาพาโร ทางเข้าตัวซองจะมีสะพานไม้ที่สวยงามพาดผ่านแม่น้ำเพื่อเข้าสู่ตัวซอง ปัจจุบันพาโรซองเป็นทั้งสถานที่สำหรับส่วนบริหารเมืองพาโร และส่วนที่เป็นวัด ซึ่งมีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ประมาณ 200 รูป และยังเป็นสถานที่หนึ่งที่เคยใช้ถ่ายทำภาพยนต์ เรื่อง The Little Buddha เดินทางสู่ เมืองทิมพู
นำท่านชม MEMORIAL CHORTEN หรือ มหาสถูปเจดีย์ที่พระเจ้าจิกมี ดอร์จี วังชูกซึ่ง เป็นพระชนกของกษัตริย์ของพระเจ้าจิกมีซิงเยวังชูกและได้ทรงรับฉายาว่าเป็นบิดาแห่งภูฎานยุคใหม่ มีประสงค์ต้องการสร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแทนสัญญลักษณ์กายวาจาใจของพุทธศาสนา สำหรับชาวพุทธแถบเทือกเขาหิมาลัย นิยมนำมาเป็นสัญญลักษณ์แทนหัวใจพระพุทธเจ้าถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และทุกวันจะเห็นว่ามีพุทธศาสนิกชนมาแสดงความเคารพโดยการเดินทางเวียนขวา และ หมุนกงล้อ พร้อมกับสวดมมนต์ ว่า โอมมณีปัทเมฮุง เชคอินเข้าสู่ที่พัก Dorji Element
19.00 น.
รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม
วันที่สอง
ทิมพู - พูนาคา
06.00 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม 
07.00 น.
นำท่านสู่วัดพระใหญ่ สถานที่รูปที่รูปปั้นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีความสูง169 ฟุตเดินทางจากทิมพู สู่  พูนาคา นำท่านออกเดินทางสู่เมือง พูนาคา อดีตราชธานีของภูฏาน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1639 – 1955  ซึ่งสร้างและปกครองโดย  ชับดรุง  งาวังนัมเกล
(Shabdrung Ngawang Namgyal) เป็นพระลามะจากธิเบตที่ธุดงค์มาถึงภูฏาน ระหว่าง ทางท่านจะได้ชมวิวสวนแอปเปิ้ลระหว่างทาง แวะจุดที่สูงที่สุดบนเส้นทางนี้ ที่ ดอร์ชูลา (Dorchula Pass) ที่ความสูง 3,150 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นช่องเขาที่ สามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยได้ในระยะใกล้ มีความสูงอยู่ในระดับ 3,100 เมตร บางวันก็จะเห็นทะเลหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป บนเนินสูงจะมีสถูปทรงสี่เหลี่ยมซึ่งมีหลังคาครอบแบบอย่างภูฎานซึ่งมีขนาดใหญ่อยู่บนสุดและมีขนาดเล็ก108 องค์รายล้อม สร้างเพื่อเป็นมงคลและ ปกป้องคุ้มครองผู้เดินทางให้ปลอดภัย บริเวณโดยรอบจะมีธงมนต์หลากสีเพื่อบูชาเทพแห่งป่าเขา และตรงข้ามกับสถูปจะมีวัดธิเบต ภายในเป็นมีการเล่าเรื่องผ่านภาพเขียนเกี่ยวกับประวัติของกษัตร์ภูฎานที่ปกครองประเทศภูฎานจนถึงปัจจุบัน
12.00 น.

รับประทานอาหารกลางวัน ที่ Chemi lhakang หลังจากนั้น ชม หมู่บ้าน CHEMI LHAKANG ที่ท่านจะได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของทิวทัศน์ ทุ่งนา และ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวภูฎาน ถ่ายรูปกับเด็กภูฎานที่อาศัยในหมู่บ้าน และมีความเชื่อที่นำองคชาตมาวาดที่หน้าประตูบ้าน เพราะเชื่อว่าจะป้องกันสิ่งชั่วร้ายและนำความผาสุขมายังครอบครัว ท่านสามารถเดินทางขึ้นไปชมวัด Chemilakhang เพื่อชมวิวของหมู่บ้านที่ตัดกับทุ่งนา และฟาร์มข้าว และชมชีวิตและความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้าน วัดนั้เป็นวัดประจำหมู่บ้านที่มีความเชื่อว่าถ้าใครมาขอสิ่งใดก็จะสมหวังตามที่ขอ

15.00 น.
จากนั้นนำท่านชม ปูนาคาซอง (Punakha Dzong) ซึ่งเป็นที่ประทับของพระสังฆราชในฤดูหนาว เนื่องจากปูนาคา มีอากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไป ด้วยเหตุที่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงเพียง 1,468 เมตร เท่านั้น เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่นี่จึงมีอากาศอบอุ่นกว่าในช่วงฤดูหนาว ด้านหน้าของปูนาคาซองจะเป็นจุดที่แม่น้ำโพ (Po Chu) และแม่น้ำโม (Mo Chu) ซึ่งหมายถึงแม่น้ำพ่อ และแม่น้ำแม่ไหลมาบรรจบกันพอดี เดินทางเข้าสู่ ที่พัก ณ โรงแรม ใน พูนาคา เชคอินเข้าสู่ที่พัก Hotel Vara
วันที่สาม
พูนาคา - วังดี - ทิมพู
06.00 น.
อาหารเช้าที่โรงแรม
07.00 น.
เดินทางกลับเมืองทิมพูโดยทางรถยนต์ ระยะทาง 77 กิโลเมตรซึ่งใช้เวลา 3 ชั่วโมง
10.30 น.
นำท่านชมพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน Folk and Heritage Museum สัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่
ของชาวภูฎานอันมีรากฐานความเชื่อสะท้อนถึงความเป็นพุทธอย่างเรียบง่ายชมพิพิธภัณ์สิ่งทอ
Textile museum สถานที่รวบรวมสิ่งทอหัตถกรรมต่างๆ 
จากนั้นนำท่านเดินทางชม Postal Mesuem พิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์แห่งใหม่ ภูฎาน เป็นประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งแสตมป์ และที่กล่าวขวัญกันมาในงาน International Philatelic exhibitionที่เมืองกัลกาตาปี 1970 ซึ่งท่านสามารถเลือกซื้อแสตมป์รูปต่างๆ ได้ ตามอัธยาศัย เช่นรูปชุดพระมหากษัตริย์ ชุดศาสนา ระบำหน้ากากดอกไม้ แมลง และ เยี่ยมชมโรงเรียนสอนศิลปะ (The school Of Arts and Craft or Painting school ) เป็นโรงเรียนสอนศิลปะเกี่ยวกับลัทธิลามะแขนวงต่างๆ มีทั้งพระพุทธรูปปั้น การวาดภาพพระบฎ ( Thangka ) ช่างแกะสลัก ช่างวาดรูป ตลอดจนช่างทำหน้ากาก ทั้งไม้ และกระดาษ และที่นี่เองท่านสามารถหารูปวาด หรือ รูป มัณฑละ เป็นแผนภูมิจักรวาลตามความเชื่อของพุทธตัตตรยานหรือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ในภูฎานจะเป็นภาพวาดหรือใช้เทียนย้อมเป็นสีต่างๆ และขณะที่สร้างมัณฑละถือเป็นการเจริญสมาธิอย่างหนึ่ง และยังมาใช้ในพิธีเพิ่มพลังตามความเชื่อของนิกาย 
13.00 น.
อาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เยี่ยมชมโรงงานทำกระดาษ
เช็คอินท์ ณ โรงแรม Dorji Elementหรือเทียบเท่า
ให้ท่านลองใส่ชุดประจำชาติภูฎาน
17.30 น.
นำท่านชม ทาชิโชชอง ( TASHICHO DZONG ) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ แห่งเมืองทิมพู ซองแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สวยงามมากและใหญ่โต ปัจจุบันถูกใช้แยกเป็นส่วนต่างๆ เช่น สถานที่ทำงานของกษัตริย์ สถานที่พักในฤดูร้อนของสมเด็จพระสังฆราช ตลอดจนสถานที่ทำการของรัฐบาล ระหว่างทางเข้าซอง ท่านจะได้เห็นแปลงดอกกุหลาบ ดอก Popy และต้นไม้นานาชนิด
19.00 น.

รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร ในค่ำคืนนี้ ท่านจะได้เห็นชาวภูฎานแต่งกายด้วยชุดประจำชาติโดยผู้ชายแต่งชุดโค และผู้หญิงแต่งชุดคีร่า อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองในยามเย็น และ ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของฝากนานาชนิด กลับโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่
ทิมพู – เขาทักซัง - พาโร
เช้า
อาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านสู่ วัดทักซัง (Taktsang Monastery) ได้ชื๋อทักซังนี้มีความหมายว่าที่อยู่ของเสือ (Tiger’s Nest) ซึ่งตั้งตามตำนานความเชื่อเก่า การขึ้นชมวัดทักซัง จะต้องขี่ม้า ขึ้นเขา ประมาณ 2 ชั่วโมง และเดินเท้า2 ชั่วโมง ไม่รวม ค่าขี่ม้าท่านละ 20 USD วัดแห่งนี้จัดเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในภูฏาน รับประทานอาหารกลางวันบนเขา สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางขึ้นไปจนถึงวัดทักซังต้องนั่งม้าขึ้นไปอีกและเดินต่อด้วยเท้าประมาณ 1 ชั่วโมง และใช้เวลาเดินทางกลับประมาณ 3ชั่วโมง
ระหว่างทาง รับประทานอาหารกลางวัน บนเขา ทักซัง
บ่าย
เดินลงจากเขา
เข้าสู่ที่ พัก ณ โรงแรม Mandala Guest เมืองพาโร
หลังจากนั้นรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรม
วันที่ห้า
พาโร - กรุงเทพ
08.00 น.
อาหารเช้า ที่ โรงแรม
09.00 น.
ท่านชมวัดคิชู (Kyichu Temple) เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของภูฏานตามประวัติ
ว่าสร้างตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 12 หรือราว 1,300 ปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยที่
ภูฏานยังเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของทิเบต กษัตริย์ซองเซนกัมโป ซึ่งชาวทิเบต
ยกย่องว่า เป็นผู้อัญเชิญศาสนาพุทธสายวัชรยานตันตระมาประดิษฐานในทิเบต
โปรดสร้างวัด 108 แห่ง เพื่อตอกอวัยวะ 108 จุด ของยักษ์ตนหนึ่ง ซึ่งนอนแผ่
ทับเทือกเขาหิมาลัยไว้ หมายจะให้สัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเผยแผ่ไปถึง
โดยจุดที่สร้างวัดคิชูที่เมืองพาโรเป็นเท้าซ้ายของยักษ์ (อีกวัดหนึ่งในภูฏานอยู่ที่
เมืองบุมทัง สร้างตรงเข่าซ้ายของยักษ์) ชมวิหารเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกษัตริย์ ซองเซน
กัมโป ซึ่งปูพื้นด้วยไม้แผ่นใหญ่ ตรงบริเวณเบื้องหน้าพระปฏิประธานมีรอยบุ๋ม
ลึก เนื่องจากมีผู้แสวงบุญมายืนและก้มลงกราบพระแบบ “อัษฎางค-
ประดิษฐ์” (ร่างกายแตะพื้น 8 จุด) ซ้ำ ๆ กันเป็นเวลานานนับพันปี นำท่านชม
ตลาดผักผลไม้ของเมืองพาโร ร้านค้าสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก
 นำท่านชมภาพวาดทางพระพุทธศาสนาอายุ กว่า 100 ปี แต่ยังคงมีสีสันสดใส ภาย
ในไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ที่วัด ดุงเช ( Dungtse Lhakhang หรือ วิหารมืด ) จาก
นั้น นำท่าน
11.00 น.
รับประทานอาหารกลางวัน
11.30 น.
เดินทางสู่สนามบิน พาโร
13.35 น.
เหินฟ้ากลับกรุงเทพ โดยสายการบินดรุกแอร์ เที่ยวบินที่ KB 140
19.00 น.
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ และความทรงจำที่ดี
 
 
 
ไทยแอร์บุคกิ้งดอทคอม
บริการด้วยใจเพื่อคนไทยเที่ยวทั่วโลก
โทรศัพท์ : 021752702
แฟ๊กซ์ : 021752701
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com 
ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม www.thaiairbooking.com
 
 
Thaiairbooking.com ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ในราคาประหยัด พร้อมประกันการเดินทาง เพื่อให้คุณได้มั่นใจในการเดินทางไปกับเรา ยังมีบริการจองโรงแรม ที่พัก รถยนต์ อย่างครบวงจร และรวบรวมสุดยอดแพคเก็จทัวร์ทั้้งในและต่างประเทศมากมาย เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับหลากหลายประสบการณ์การเดินทาง และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ในราคาประหยัดกับบริการที่มีคุณภาพ
คุณสามารถขอรายละเอียดโปรแกรมทัวร์เพิ่มเติมได้ที่

โทร. 02-175-2702, 081-613-2077
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com
 
 

 
 
Copyright © 2012-2015 www.thaiairbooking.com All Rights Reserved.