มัณฑะเลย์-มิงกุน 3 วัน 2 คืน หนึ่งเดียวในโลก ! ร่วมพิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี  
• ร่วมพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนี
• ชมพระตำหนักไม้สัก ศิลปะพม่าแท้ๆ
• เจดีย์มิงกุน ระฆังที่ใหญ่ และสมบูรณ์ที่สุด
• ชมทัศนียภาพรอบเมืองมัณฑะเลย์บน มัณฑะเลย์ฮิลล์
• มหาเจดีย์ชเวสิกอง
กำหนดการเดินทาง : ตุลาคม 59 - มีนาคม 60
เดินทางโดยสายการบิน Myanmar Airways (8M)
ราคาเริ่มต้น 11,900 บาท
วันแรก
กรุงเทพฯ – มัณฑะเลย์ –  วัดกุโสดอ – Mandalay Hill
12.00 น.
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก เคาเตอร์สายการบิน Myanmar Airways มีเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
14.00 น.
ออกเดินทางสู่เมืองมัณฑะเลย์ โดยเที่ยวบินที่ 8M 338
15.35 น.
เดินทางถึง สนามบินมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมาร์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) จากนั้น นำท่านชม วัดกุโสดอ (Kuthodaw Pagoda) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ทำการ สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 มีแผ่นศิลาจารึกพระไตรปิฎกทั้งหมด 84,000 พระธรรมขันธ์ และหนังสือกินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า “หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก” นำท่านเดินทางสู่เขา  Mandalay Hill ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง เขาลูกนี้สูง 240 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งอยู่บนยอดเขา สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่  
GREATWALL HOTEL// SHWE PHYU HOTEL  หรือเทียบเท่า
วันที่สอง
มัณทะเลย์ – พระราชวังมัณฑะเลย์ - พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง – วัดกุสินารา – วัดมหากันดายง –  สะพานไม้อูเบ็ง – ระฆังยักษ์มิงกุน – เจดีย์พญาเธียรดาน
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
 
จากนั้นนำท่านชม พระราชวังมัณฑะเลย์ (Mandalay Palace)  ถูกก่อสร้างขึ้นมาโดยพระเจ้ามินดง ระหว่างปี ค.ศ. 1857-ค.ศ. 1859 หลังการย้ายเมืองหลวงจากอมระปุระมายังมัณฑะเลย์ เพื่อหนีทหารของจักรวรรดิอังกฤษ ระหว่างสงครามพม่า-อังกฤษ ตามความเชื่อเป็นพระราชวังที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลังได้ชื่อว่ามีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย มีคูน้ำรอบพระราชวังและประตูที่ยิ่งใหญ่ และเป็นพระราชวังที่สุดท้ายของพระเจ้าธีบอกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์คองบองและในประวัติศาสตร์พม่า เมื่ออังกฤษเข้ายึดครองพม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง ทางอังกฤษคิดว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมของทหารญี่ปุ่น จึงได้ทำลายพระราชวังเสียด้วยการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินในวันที่20 มีนาคม ค.ศ. 1945 พระราชวังตกอยู่ในความเสียหายมาโดยตลอด จนปัจจุบันได้รับการบูรณะโดยรัฐบาลพม่า โดยการลอกแบบโครงสร้างเดิม และเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของมัณฑะเลย์ ที่ยังเป็นของดั่งเดิมอยู่ ปัจจุปันพระราชวังที่เห็นอยู่เป็นพระราชวังที่รัฐบาลพม่าได้จำลองรูปแบบของพระราชวังของเก่าขึ้นมา จากนั้นนำท่านชม พระตำหนักไม้สักชเวนานจอง (Golden Palace Monastry) พระตำหนักนี้สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง งดงามตามแบบศิลปะพม่าแท้ ๆ  วิจิตรตระการด้วยลวดลายแกะสลักประณีตอ่อนช้อย ทั้งหลังคา บานประตูและหน้าต่าง โดยเน้นรายละเอียดเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติของพระพุทธเจ้า  สร้างโดยพระเจ้ามินดงในปี พ.ศ.2400 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ย้ายราชธานีจาก อมรปุระมาอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์เพื่อเป็นพระตำหนักยามแปรพระราชฐาน แต่หลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระเจ้าธีบอ หรือ สีป่อ พระโอรสก็ทรงยกพระตำหนักนี้ถวายเป็นวัด  ถือได้ว่าเป็นงานฝีมือที่ประณีตของช่างหลวงชาว มัณฑะเลย์อย่างแท้จริง ระหว่างทางแวะร่วมทำบุญบูรณะ วัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ปางปรินิพพาน สวยงามมาก  จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดมหากันดายง ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบตองตะมาน ใกล้สะพานอูเบ็ง และเป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่า มีภิกษุและสามเณรมาศึกษาเล่าเรียนทางธรรมกว่า 1,200 รูป และมีพระภิกษุจาก ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ มาบวชเรียนด้วย วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรมและรักษาพระธรรมวินัยมากที่สุด ด้วยวัตรปฏิบัติพระวินัยอย่างเคร่งครัดของภิกษุสงฆ์ในวัดมหากันดายง ทำให้มีชาวพม่าจำนวนมากส่งบุตรหลานมาศึกษาพุทธศาสนากันที่นี่ และทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาจองคิวกันนำภัตตาหารมาถวายพระทั้ง 1,200 รูปไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ดำรงค์อยู่ได้แม้จะได้รับงบประมาณจากรัฐบาลพม่าไม่มากนัก ต่อจากนั้นชม สะพานไม้อูเบ็ง  ที่มีความยาว 1,200 เมตรเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยเสาไม้สักเก่ามาสร้าง  จำนวนพันกว่าต้น สะพานไม้อูเบ็งเป็นสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก  ที่ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองอมรปุระราชธานี  แห่งพม่า  และยังเป็นสะพานไม้สัก ที่มีอายุหลายร้อยปีซึ่งไม้สักเหล่านี้ เคยเป็นหนึ่งส่วนประกอบสำคัญหลายๆอย่างเป็นพระราชวังเก่าแห่งกรุงอังวะ  ในปัจจุบันไม้สักเหล่านั้น ถูกแปรสภาพ กลายเป็นสะพาน ที่เชื่อมความสุขทอดยาวถึง 2 กิโลเมตร  และเสาค้ำยันกว่า 1,208 ต้น
เที่ยง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
ออกเดินทาง สู่ท่าเรือริมน้ำอิระวดี ข้ามฝากสู่ราชธานีเก่าของพระเจ้าปดุง จะเป็นเส้นทางสู่มหาเจดีย์ยักษ์ "มิงกุน" ชมซากเจดีย์ขนาดใหญ่ ร่องรอยแห่งความทะเยอทะยานของพระเจ้าปดุง ที่ใช้แรงงานทาส และนักโทษจำนวนนับพันคนในการสร้าง โดยตั้งพระทัยว่าจะสร้างให้สูงใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์แห่งสยาม และให้พระองค์สามารถทอดพระเนตร ได้จากเมืองอังวะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำอิระวดี แต่ด้วยงบประมาณที่บานปลาย ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน จึงทำให้การก่อสร้างล่าช้า ในที่สุดพระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ในปี พ.ศ.2362 หลังพ่ายแพ้ไทยในสงคราม 9 ทัพ เจดีย์องค์นี้ จึงสร้างได้แค่ฐาน หลังจากนั้นองค์เจดีย์จึงถูกทิ้งร้างเรื่อยมา แต่เพียงฐานก็นับว่าใหญ่โตมาก หากสร้างเสร็จจะมีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในโลก และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ใหญ่ระดับโลกของ มิงกุน คือ ระฆังยักษ์มิงกุน นี้ สร้างเมื่อปี พ.ศ.2351 โดยพระเจ้าปดุง สร้างถวายแด่เจดีย์มิงกุน มีน้ำหนัก  90 ตัน สูง 4 เมตร ปากระฆังกว้าง 5 เมตร เป็นระฆังที่ตีดัง เดิมทีถูกแขวนไว้ที่องค์เจดีย์ปอนดอว์ ใกล้ๆ กับเจดีย์มิงกุน แต่หลังจากแผ่นดินไหว ทำให้ฐานพระเจดีย์พังลงมา ระฆังยักษ์มิงกุนจึงถูกย้ายมาแขวนยังจุดที่ตั้ง ณ ปัจจุบัน ในอดีตระฆังองค์นี้ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากระฆังแห่งพระราชวังเครมลิน ในกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย แต่ระฆังเครมลินแตกไปแล้ว ปัจจุบันระฆังยักษ์มิงกุน จึงเป็นระฆังที่มีสภาพสมบูรณ์ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลังจากนั้นนำท่านชมเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์ ที่สร้างบนฐาน 7 ชั้น รูปเกลียวคลื่นงดงาม "เจดีย์พญาเธียรดาน" เจดีย์ที่งดงามนี้ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2329 เพื่อให้เปรียบเสมือนเจดีย์จุฬามณี ที่ตั้งอยู่เหนือเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อในไตรภูมิพุทธศาสนาที่ว่า คือแกนกลางจักรวาล ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยสัตตบริพันธ์ และมหานทีสีทันดรทั้ง 7 ชั้น พระเจดีย์องค์นี้ยังถูกสร้างให้เป็นสักขีพยานรักของราชนิกุลอังวะ โดยพระเจ้าบากะยีดอว์ เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่มีต่อพระมเหสีชินพิวเม ที่สิ้นพระชนม์ไปก่อนที่พระเจ้าบากะยีดอว์จะขึ้นครองราชย์ แม้จะไม่ใช่หินอ่อนเหมือนทัชมาฮาล แต่ก็ได้รับสมญานามว่า “ทัชมาฮาลแห่งลุ่มอิรวดี” จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ มัณฑะเลย์
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่  GREATWALL HOTEL// SHWE PHYU HOTEL  หรือเทียบเท่า
วันที่สาม
พิธีล้างหน้าพระมหามัยมุนี – มัณฑะเลย์ – กรุงเทพฯ
04.00 น.
จากนั้นนำท่านไปนมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่งของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า  “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ.689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ. 2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ  จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ. 2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มาขนาดใหญ่กว่าเดิม โดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลี จึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุ ที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 พร้อมทั้งร่วมพิธีการอันสำคัญล้างพระพักตร์ถือเป็นการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
07.00 น.
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบินมัณฑะเลย์
10.50 น.
ออกเดินทางกลับ โดยสายการบิน Myanmar Airways 8M 337
13.15 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ…..พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

 

 
ไทยแอร์บุคกิ้งดอทคอม
บริการด้วยใจเพื่อคนไทยเที่ยวทั่วโลก
โทรศัพท์ : 021752702
แฟ๊กซ์ : 021752701
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com 
ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม www.thaiairbooking.com
 
 
Thaiairbooking.com ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ในราคาประหยัด พร้อมประกันการเดินทาง เพื่อให้คุณได้มั่นใจในการเดินทางไปกับเรา ยังมีบริการจองโรงแรม ที่พัก รถยนต์ อย่างครบวงจร และรวบรวมสุดยอดแพคเก็จทัวร์ทั้้งในและต่างประเทศมากมาย เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับหลากหลายประสบการณ์การเดินทาง และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ในราคาประหยัดกับบริการที่มีคุณภาพ
คุณสามารถขอรายละเอียดโปรแกรมทัวร์เพิ่มเติมได้ที่

โทร. 02-175-2702, 081-613-2077
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com
 
 

 
 
Copyright © 2012-2015 www.thaiairbooking.com All Rights Reserved.