พม่า ย่างกุ้ง หงสาวดี พระธาตุอินทร์แขวน
• สักการะเจดีย์โบตะทาวน์ ขอพรเทพทันใจ และเทพกระซิบ
• ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมหาเจดีย์ชเวดากอง
  (พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า)
• สักการะพระธาตุมุเตา หรือเจดีย์ชเวมอดอร์ 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า
• สักการะพระธาตุอินทร์แขวน 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า
• เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำย่าง เป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร
• ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก ที่ตลาดสก็อต
• ฟรีกระเป๋าใส่เสื้อผ้าขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน 1ใบ 
• ร่มแสนสวย กันฝนกันแดด ชุดธูปดอกไม้ธูปเทียน 1 ชุด บนชเวดากอง
กำหนดการเดินทาง : เดือนกันยายน-มีนาคม 60
เดินทางโดยสายการบิน เมียนมาร์แอร์เวย์ (8M)
ราคาเริ่มต้น 13,900 บาท
วันแรก
ย่างกุ้ง – พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี(พระตาหวาน) – เจดีย์โบตะทาวน์  – เทพทันใจ – สก๊อตมาร์เก็ต –  พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
08.00 น.
คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ N 01-04  สายการบิน MyanmarAirways  เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน
10.40 น.
ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง สายการบิน Myanmar Airways เที่ยวบินที่  8M 336
11.25 น.
เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เวลาท้องถิ่นที่พม่าช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง)
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 
หลังอาหารนำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน  ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่า มีความยาวถึง 70 เมตร แต่เก่าแก่เพียงไม่กี่สิบปีและมีขนาดใหญ่กว่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ที่เมืองหงสาวดี มีขนตาที่งดงามและดวงตาที่สง่างาม ซึ่งได้ให้ช่างที่ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในพม่าสร้างดวงตาขึ้น พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย อย่างไรก็ดี วัดแห่งนี้จัดเป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่มากถึง 600 รูป  และนำท่านเดินทางนมัสการ เจดีย์โบตะทาวน์  ซึ่งโบตะทาวน์ แปลว่า เจดีย์นายทหาร 1000 นาย ได้สร้างเจดีย์โบตะทาวน์นี้และทรงนำพระเกศธาตุ ไว้ 1 เส้น ก่อนที่จะนำไปบรรจุที่เจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เมื่อเดินเข้าไปในเจดีย์สามารถมองเห็นพระเกศาธาตุได้อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมภายในบริเวณรอบๆเจดีย์ คือ พระพุธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวามือ เป็นพระพุธรูปปางมารวิชัยที่มีลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้งเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลป์กัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายพันธมิตรที่ถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต  และด้านซ้ายมือจะเป็นรูปปั้น นัตโบโบยี หรือ เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่ารวมถึงชาวไทยนิยมไปกราบไหว้บูชา ด้วยที่เชื่อว่าเมื่ออธิษฐานสิ่งใดแล้วจะสมปรารถนาทันใจวิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบจี)  เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปรารถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วย หรือผลไม้อื่นๆมาสักการะเทพทันใจจะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาท หรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย) แล้วเอาไปใส่มือของเทพทันใจสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1 ใบ เอามาเก็บรักษาไว้ จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ แค่นี้ท่านก็จะสมตามความปรารถนาที่ขอไว้จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ตลาด “สก๊อตมาร์เก็ต” ซึ่งสร้างเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ให้ท่านได้เลือกชมและเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองมากมายในราคาถูก เช่น ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมือง เครื่องเงิน ไข่มุก และหยกพม่า
 
จากนั้นนำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า) เป็นเจดีย์ทองคำที่งดงาม ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูง 109 เมตร ประดับด้วยเพชร 544 เม็ด ทับทิม นิล และบุษราคัมอีก 2317 เม็ด  มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่น้ำหนักถึง 1,100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบ  ว่ากันว่าทองคำที่ใช้ในการก่อสร้าง และซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้   มากมายมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ในธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก รอบๆ ฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ นับร้อยองค์  มีซุ้มประตูสี่ด้าน ยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย   ภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุธเจ้าจำนวน 8 เส้น  เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย และยังเป็น 1 ใน 5   มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่า และชาวต่างชาติพากันสักการะทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย (การเที่ยวชมพระมหาเจดีย์ชเวดากอง แนะนำให้ไปชมในช่วงตอนเย็นถึงค่ำ เพราะอากาศไม่ร้อนและได้ดูพระมหาเจดีย์ในยามที่ไฟส่องตอนกลางคืน)
 
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร เมนูเป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร
จากนั้นนำท่านเข้าที่พัก โรงแรม Summit Park View/Jasmine/Vintage hotel หรือเทียบเท่า ระดับ 4  ดาว
 ** ควรเตรียมเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว สำหรับ ค้างคืน 1 คืน ที่บน พระธาตุอินทร์แขวน ส่วนกระเป๋าใบใหญ่เราจะฝากไว้รถบัสค่ะ**
วันที่สอง
ย่างกุ้ง – หงสาวดี – เจดีย์ไจ๊ปุ่น – เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) –  พระราชวังบุเรงนอง – พระธาตุอินทร์แขวน
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
 
หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ พะโค (ด้วยรถโค้ชปรับอากาศ)อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง 80 กิโลเมตร  ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของสหภาพพม่ามาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่าซึ่งอยู่ทางใต้ของ เมืองแปร เมืองคัง ยะไข่ อังวะ พุกาม นครหงสาวดีเป็นเมืองหลวงของเขตหงสาวดี ๆ เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082 เมืองหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีหรือ พะโค มีตำนานเล่าว่า เมืองพะโคเดิมเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเมาะตะมะเป็นเมืองเล็กๆ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จมาที่นี่ มีหงส์คู่ตัวผู้และตัวเมีย ได้เห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา จึงต้องการที่จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและเล็งเห็นเกาะเล็กๆที่นี่ จึงบินมาเกาะ แต่พื้นที่เกาะก็ เล็กเสียจนมีที่พอให้หงส์ร่อนลงมาพักได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น หงส์เพศเมียจึงต้องอาศัยเกาะอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และพระพุทธเจ้าได้ตรัสกับหงส์คู่นี้ว่า ต่อไปภายภาคหน้าพื้นที่ๆเจ้ายืนอยู่นั้นจะกลายเป็นพื้นที่ๆยิ่งใหญ่และเจริญรุ่งเรือง ดั่งคำทำนายของพระพุทธเจ้าเมื่อรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนองเมืองบะโก ก็ได้รุ่งเรืองและเป็นเมืองท่าที่สำคัญของประเทศพม่า จนถึงปัจจุบัน เมื่อเดินทางถึงเมืองหงสาวดีจะสังเกตเห็นหงส์สองตัวซึ่งอาศัยอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และเป็นสัญลักษณ์ของเมือง หงสาวดี จากนั้นนำท่านกราบนมัสการ เจดีย์ไจ้ปุ่น พระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสร้างขึ้นในปี 1467 พระเจดีย์ก่อเป็นแกนทึบรูปทรงสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตรประดิษฐานอยู่สี่ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม (หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ อันได้แก่ พระโกนาคมน์ (หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้) พระกกุสันธะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก) พระกัสสปะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก)  ซึ่งพระพุทธรูปกัสสปะนั้นชำรุดผุพังมาก เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวในปี 1930 และได้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2019 มีตำนานว่า เจดีย์ไจ้ปุ่น สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนและให้คำมั่นสัญญาไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ  ต่อมาน้องคนสุดท้องได้ผิดคำสัญญา  จึงเกิด อาเพส ฟ้าฝ่าองค์พระพุทธรูปตัวแทนองค์น้องพังทลายลงมา แม้แต่หากมีการซ่อมแซมบูรณะ มาแล้วหลายต่อหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่เคยสมบูรณ์ จากนั้นนำท่านนมัสการ เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา)  โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี ซึ่งได้บูรณะขึ้นโดยพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์) เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีตำนานอยู่ว่า เมื่อนายวานิชพี่น้องนามว่ามหาศาลกับจุลศาล เดินทางกลับมาจากอินเดีย ทั้งสองได้อันเชิญพระเกศธาตุของพระพุทธองค์มาด้วยสองเส้น เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดจึงได้สร้างสถูปเล็ก ๆ ครอบพระเกศธาตุเอาไว้ ในศตวรรษที่ 16 พระเจ้าปะหยิ่นหน่าวโปรด ฯ ให้แกะเอามณีบนยอดพระมหามงกุฎไปทำฉัตรยอดถวายเป็นพุทธบูชา ต่อมา พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างฉัตรองค์ใหม่ถวายและเสริมยอดขึ้นไปสูงถึง 90 เมตร ในศตวรรษที่ 20 ได้เกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1930 เกิดความเสียหายอย่างมาก จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่จากแรงกายและกำลังทรัพย์ของผู้มีจิตศรัทธาจนถึงปัจจุบันพระเจดีย์สูงถึง 114 เมตร ท่านจะได้เห็นเจดีย์องค์เดิมที่พังทลายลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งตราบทุกวันเจดีย์องค์ที่หัก ยังคงได้รับการเคารพบูชาจากพุทธศาสนิกชนชาวพม่าอย่างมั่งคงสืบต่อกันมา จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง หากพูดถึงกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งของเมืองหงสาวดีก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดโดดเด่นเท่า พระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง โดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ชื่อ กัมโพชธานี เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ  โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่ เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และพวกยะไข่เผาทำลายหงสาวดีทรงทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกันในคราวนั้น  หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์ก่อนที่พม่าทั้งประเทศจะเสียเอกราชให้ประเทศอังกฤษต่อมาในปี พ.ศ. 2533 ได้มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งบางส่วนได้สร้างแล้วเสร็จไป แต่ยังคงมีอีกบางส่วนก็กำลังรอทุนในการก่อสร้าง 
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี เมนูกุ้งแม่น้ำย่าง 1 ตัวต่อท่าน
 
หลังอาหาร นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้เที่ยว) ระหว่างทางผ่าน สะพานแม่น้ำสะโตง ในอดีตขณะที่ สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตาม พม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง  สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงแม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงแม่ทัพพม่าตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้   ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง คิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถ เป็นรถบรรทุกหกล้อ เพื่อขึ้นบนภูเขาไจ้เที่ยว (ใช้เวลาเดินทางจากบริเวณนี้ประมาณ 1.5 ชั่วโมง) ท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพป่าเขาน้ำตกและลำธารอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมสัมผัสอากาศเย็นซึ่งจะค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เพราะเรากำลังเดินทางสู่ที่สูง (หากท่านต้องการนั่งเสลี่ยง เพิ่มค่าเสลี่ยงราคาไปกลับประมาณ เงินไทยไม่เกินท่านละ 850 บาทไม่รวมค่าทิป) (ลักษณะเสลี่ยงเป็นเก้าอี้ผ้าใบผูกกับไม้ไผ่ขนาดใหญ่ 2 ลำ หามด้วยคน 4 คน ข้างหน้า 2 ข้างหลัง 2 คน) เดินทางถึง  โรงแรมที่พัก  MOUNTAIN TOP HOTEL // KYAITHIYO HOTEL นำท่านเช็คอิน จัดการเก็บสัมภาระเข้าที่พักให้เรียบร้อย หลังจากนั้นนำท่านขึ้นนมัสการ องค์พระธาตุอินทร์แขวน  พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า พระเจดีย์ไจ้ทีโย (พระธาตุอินทร์แขวน) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร และเป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะได้สัมผัสกลิ่นอายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริงและบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นและบริสุทธิ์ทั่วบริเวณอันกว้างขวางของลานพระธาตุอินทร์แขวนซึ่งให้ท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติและนมัสการขอพรจากพระธาตุอินทร์แขวนอันศักดิ์สิทธิ์
เย็น
บริการอาหารเย็น  ณ ห้องอาหารในโรงแรม Kyaikhto
 
จากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่ พระเจดีย์ได้ตลอดทั้ง คืน แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น.  ควรเตรียม เสื้อกันหนาว  หรือกันลมหรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก
วันที่สาม
กลับจากพระธาตุอินทร์แขวน – หงสาวดี – พระนอนชเวตาเลียว – ย่างกุ้ง – กรุงเทพ
05.00 น.
เชิญท่านนมัสการ  เจดีย์ไจ้ทีโยหรือพระธาตุอินทร์แขวน ท่านสามารถทำบุญตักบาตรพระสงฆ์หรือถวายข้าวพระพุทธ มีชุดจำหน่ายบริเวณวัด เมื่อถวายข้าวพระพุทธนิยมจุดเทียนตามกำลังวันหรือจำนวนอายุ ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้ อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา การที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์อย่างแท้จริง
07.00 น.
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
 
จากนั้นให้ท่านเก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ กรุงย่างกุ้ง ตามเส้นทางเดิมและตลอดสองข้างทาง ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามยามเช้า วิถีการดำรงชีวิตของชาวพม่า นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่า มีความยาว 60 เมตร สูง 17 เมตร สร้างขึ้นโดยพระเจ้ามิคทิปปะ ใน พ.ศ. 1537 ในสมัยมอญเรืองอำนาจ มีพุทธลักษณะงดงาม โดยจะวางพระบาทเหลื่อมพระบาท ต่างจากพระพุทธไสยาสน์ของไทยที่นิยมวางพระบาทเสมอกัน ด้านหลังพระองค์มีภาพวาดที่สวยงาม เมื่อครั้งก่อนพระพุธรูปองค์นี้ถูกปล่อยให้ทรุดโทรมจนกลายเป็นเพียงกองอิฐท่ามกลางป่ารก จนถึงปี พ.ศ. 2424 เมื่ออังกฤษสร้างทางรถไฟสายพม่า จึงได้พบพระนอนองค์นี้ จากนั้นในปี พ.ศ. 2491 หลังพม่าได้รับเอกราชก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ โดยทาสีและปิดทองใหม่ จนกลายเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามในปัจจุบันอีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ไม้จันทร์หอม  ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพิมพ์เป็นรูปต่างๆตรงทางขึ้นตลอดสองข้างให้ท่านช้อปปิ้งของฝากจากเมืองหงสาวดี อาทิ ผ้าพื้นบ้าน ไม้แกะสลัก เรือสำเภา ฯลฯ
 
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เมืองย่างกุ้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 ชั่วโมง
16.30 น.
ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ Myanmar Airways เที่ยวบินที่  8M 331
18.15 น.
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
 
ไทยแอร์บุคกิ้งดอทคอม
บริการด้วยใจเพื่อคนไทยเที่ยวทั่วโลก
โทรศัพท์ : 021752702
แฟ๊กซ์ : 021752701
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com 
ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม www.thaiairbooking.com
 
 
Thaiairbooking.com ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ในราคาประหยัด พร้อมประกันการเดินทาง เพื่อให้คุณได้มั่นใจในการเดินทางไปกับเรา ยังมีบริการจองโรงแรม ที่พัก รถยนต์ อย่างครบวงจร และรวบรวมสุดยอดแพคเก็จทัวร์ทั้้งในและต่างประเทศมากมาย เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับหลากหลายประสบการณ์การเดินทาง และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ในราคาประหยัดกับบริการที่มีคุณภาพ
คุณสามารถขอรายละเอียดโปรแกรมทัวร์เพิ่มเติมได้ที่

โทร. 02-175-2702, 081-613-2077
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com
 
 

 
 
Copyright © 2012-2015 www.thaiairbooking.com All Rights Reserved.