พม่า-ย่างกุ้ง-สิเรียม-หงสาวดี-พระธาตุอินทร์แขวน 3วัน
• เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์คู่บ้านคู่เมือง ศูนย์รวมจิตใจชาวพม่า เป็นพระธาตุประจำปีมะเมีย
• เจดีย์ชเวมอว์ดอว์ แห่งหงสาวดี เจดีย์ที่สูงที่สุดในแผ่นดินพม่า
• พระธาตุอินทร์แขวน ก้อนหินมหัศจรรย์ เชื่อว่าพระอินทร์มาแขวนไหว้
• สิเรียม ขอพรพระอุปคุต เรื่องโชคลาภ ณ เจดีย์กลางน้ำ เจดีย์เยเลพญา
• อิ่มอร่อย เมนูพิเศษ...กุ้งแม่น้ำหงสาวดี สลัดกุ้งมังกร เป็ดปักกิ่ง
กำหนดการเดินทาง : กุมภาพันธ์ - มีนาคม 60
เดินทางโดยสายการบิน :: THAI LION AIR
ราคาเริ่มต้น 12,900 บาท
วันแรก
กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-หงสาวดี-เจดีย์ชเวมอดอร์-พระราชวังบุเรงนอง
คิมปูนแค้มป์-พระธาตุอินทร์แขวน 
06.00 น.
 
 
08.55 น.

10.00 น. 




เที่ยง










































 
 
ค่ำ

22.00 น. 
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินดอนเมือง อาคาร 1 ประตู 7 อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เคาน์เตอร์สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ (SL) พบเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า โดยสายบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL200 (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1.25 ชั่วโมง)
เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว(เวลาท้องถิ่นที่เมียนม่าร์ ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดีหรือ เมืองพะโค(Bago)ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่ และ อายุมากกว่า 400ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45ชม.
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร**เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ท่านละ 1ตัว นำท่านเข้าชมพระธาตุที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เป็นเจดีย์เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและเป็น 1 ใน 5 มหา บูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา(ShweMordore) ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า นำท่านนมัสการ ยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก ซึ่งเจดีย์นี้ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ของไทย เคยมาสักการะ เจดีย์องค์นี้เป็นศิลปะที่ผสมผสานระหว่างศิลปะพม่าและศิลปะของมอญได้อย่างกลมกลืน พระเจดีย์สูง377 ฟุต สูงกว่า พระเจดีย์ชเวดากอง 51 ฟุต มีจุดอธิษฐานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงบริเวณยอดฉัตร ที่ตกลงมาเมื่อปี พ.ศ. 2473 ด้วยน้ำหนักที่มหาศาล ตกลงมายังพื้นล่างแต่ยอดฉัตร กลับยงคงสภาพเดิมและไม่แตกกระจายออกไป เป็นที่ร่ำลือถึงความศักดิ์-สิทธ์โดยแท้ และสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่พระเจ้าหงสาลิ้นดำ ใช้เป็นที่เจาะพระกรรณ (หู) ตามพระราชประเพณีโบราณเพื่อทดสอบความกล้าหาญก่อนขึ้นครองราชย์ ท่านจะได้นมัสการ ณจุดอธิษฐานอันศักดิ์สิทธิ์ และสามารถนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคลซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไป จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง และ บัลลังก์ผึ้ง(KanbawzaThardi Palace)ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้นและบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นที่ประทับของ พระเจ้าบุเรงนอง ท่านผู้ที่ได้รับคำสรรเสริญว่าเป็น ผู้ชนะสิบทิศ และเป็นที่ประทับของ พระนางสุพรรณกัลยา และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ครั้งต้องตกเป็นเชลยศึก เมื่อต้องเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่า แต่ปัจจุบัน พระราชวังแห่งนี้ได้เหลือเพียงแต่ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ และถูกสร้างจำลองพระราชวังและตำหนักต่างๆ ขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากพงศาวดาร นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองไจ้โท แห่งรัฐมอญ ระหว่างทางท่านจะได้พบกับสะพานเหล็กที่ข้ามผ่านชมแม่น้ำสะโตงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่2 สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามซึ่งนำทัพโดยสุรกรรมาเป็นกองหน้าพระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมากองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้วพระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตงสมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบยิงถูกสุรกรรมาแม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพกลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า“พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง"นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภคยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที ก็จะถึง คิ้มปูนแค้มป์ เพื่อทำการเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่นเป็นรถบรรทุกหกล้อ (เป็นรถประจำเส้นทางชนิดเดียวที่เราจะสามารถขึ้นพระธาตุอินทร์แขวนได้) ใช้เวลา เดินทางสักพัก เพื่อเดินทางสู่ยอดเขา พักที่ Kyaikhto , Mountain Top , Yoyolae Hotel เชิญทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยจากนั้น นำชม เจดีย์ไจ้ทีโยหรือ พระธาตุอินทร์แขวน Kyaikhtiyo Pagoda (Golden Rock)แปลว่า ก้อนหินทอง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200เมตร ลักษณะเป็นเจดีย์องค์เล็กๆ สูงเพียง 5.5 เมตรตั้งอยู่บนก้อนหินกลมๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอย่างหมิ่นเหม่ แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุ อยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ตามคติการบูชาพระธาตุประจำปีเกิดของชาวล้านนาพระธาตุอินทร์แขวนนี้ให้ถือเป็น พระธาตุปีเกิดของปีจอ แทนพระเกตุแก้วจุฬามณีบนสรวงสวรรค์โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ3 ครั้งผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญพร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการท่านสามารถเตรียมแผ่นทองคำไปเพื่อปิดทององค์พระธาตุอินทร์แขวน (เข้าไปปิดทองได้เฉพาะสุภาพบุรุษ ส่วนสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้)
บริการอาหารค่ำ  ณ ห้องอาหารในโรงแรม จากนั้นท่านสามารถขึ้นไปนมัสการหรือนั่งสมาธิที่พระเจดีย์ได้ตลอดทั้งคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือกันลมหรือผ้าห่มผ้าพันคอเบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก
วันที่สอง
พระธาตุอินทร์แขวน-เจดีย์ไจ้ปุ่น-วัดไจ๊คะวาย-พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว-พระบรมรูปพระสุพรรณกัลยา-พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี-พระมหาเจดีย์ชเวดากอง- ย่างกุ้ง      (B/L/D)  
05.00 น.


06.30 น.
07.30 น.








 
 
เที่ยง
บ่าย














 
เย็น
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า อิสระตามอัธยาศัย สำหรับผู้ที่ต้องการใส่บาตรพระธาตุอินแขวน กิจกรรมนี้ไม่ได้บังคับนะคะ สำหรับอาหารที่จะใส่บาตรสามารถซื้อได้โดยจะมีร้านค้าจำหน่าย ราคาอาหารประมาณ 3,000 จ๊าต ดอกไม้ธูปเทียน ประมาณ 300–500 จ๊าต ทำบุญตามอัธยาศัย 
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านอำลาที่พัก ออกเดินทางกลับ เปลี่ยนนั่งรถถึงคิมปุนแค้มป์ เปลี่ยนเป็นรถโค้ชปรับอากาศ เดินทางสู่กรุงหงสาวดี จากนั้น นำชมเจดีย์ไจ๊ปุ่น(Kyaik Pun Buddha)สร้างในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4ทิศ สูง 30 เมตร ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก)เล่ากันว่าสร้างขึ้นโดยสตรีสี่พี่น้องที่มีพุทธศรัทธาสูงส่งและต่างให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ชั่วชีวิต ต่อมา 1 ใน 4 สาวหนีไปแต่งงาน ร่ำลือกันว่าทำให้พระพุทธรูปองค์นั้นเกิดรอยร้าวขึ้นทันที จากนั้นนำท่านตักบาตรพระสงฆ์กว่า 1,000 รูป ที่วัดไจ้คะวาย สถานที่ที่มีพระภิกษุและสามเณรไปศึกษาพระไตรปิฎกเป็นจำนวนมากท่านสามารถนำสมุด ปากกา ดินสอไปบริจาคที่วัดแห่งนี้ได้
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร **เมนูพิเศษ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ท่านละ 1ตัว **
นมัสการพระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (Shew Thalyang Buddha)กราบนมัสการพระพุทธรูปนอนที่ที่มีพุทธลักษณะที่ สวยงามในแบบของมอญ  ในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศและเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของ พม่าองค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตรถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่าพระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจีที่ย่างกุ้ง แต่ก็งามกว่าโดยพระบาทจะวางเหลื่อมพระบาท เป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับพระนอนของไทยนำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองย่างกุ้ง ระหว่างทางนำท่านแวะสักการะ สถูปพระสุพรรณกัลยา ณ วัดไจ่กะเลาะ วัดแห่งนี้เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่เก็บอัฐิของพระสุพรรณกัลยา โดยมีซุ้มรูปปั้นของพระนางเป็นรูปสักการะด้วยเรื่องราวของพระนางได้เลือนหายไปตามกาลเวลานับ 400 ปี เชื่อกันว่าหลวงปู่โง่น ได้มาทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณพระสุพรรณกัลยาและเหล่านายทหารไทยที่ถูกจองจำตั้งแต่ครั้งเสีย กรุงครั้งที่สอง (เชิญร่วมระลึกถึงวีรกรรมและความเสียสละของบรรพกษัตรีและนักรบไทยที่ เสียสละพระองค์เป็นตัวประกันเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ร่วมสวดมนต์อุทิศกุศลให้ ดวงวิญญาณบรรพบุรุษไทยในอดีต จากนั้นสักการะพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (KyaukHtatgyi Buddha)หรือ พระนอนตาหวานนมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55ฟุต สูง 16ฟุตซึ่งเป็นพระที่มีความพระที่มีความสวยที่สุดมีขนตาที่งดงามพระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ
นำท่านชมและนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง(Shwedagon Pagoda)พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยกว่าปีเจดีย์ทองแห่งเมืองดากอง หรือ ตะเกิง ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในพม่าสถานที่แห่งนี้มี ลานอธิฐาน จุดที่บุเรงนองมาขอพรก่อนออกรบท่านสามารถนำดอกไม้ธูปเทียน ไปไหว้ เพื่อขอพรจากองค์เจดีย์ชเวดากอง ณ ลานอธิษฐานเพื่อเสริมสร้างบารมีและสิรมงคลนอกจากนี้รอบองค์เจดีย์ยังมีพระประจำวันเกิดประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8องค์หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตพระเจดีย์นี้ได้รับการบูรณะและต่อเติมโดยกษัตริย์หลายรัชกาลองค์เจดีย์ห่อหุ้มด้วยแผ่นทองคำทั้งหมดน้ำหนักยี่สิบสามตันภายในประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวนแปดเส้นและเครื่องอัฐะบริขารของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนทั้งสามพระองค์บนยอดประดับด้วยเพชรพลอยและอัญมณีต่างๆจำนวนมากและยังมีเพชรขนาดใหญ่ประดับอยู่บนยอดบริเวณเจดีย์จะได้ชมความงามของวิหารสี่ทิศซึ่งทำเป็นศาลาโถงครอบด้วยหลังคาทรงปราสาทซ้อนเป็นชั้นๆงานศิลปะและสถาปัตยกรรมทุกชิ้นที่รวมกันขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของพุทธเจดีย์ล้วนมีตำนานและภูมิหลังความเป็นมาทั้งสิ้นชมระฆังใบใหญ่ที่อังกฤษพยายามจะเอาไปแต่เกิดพลัดตกแม่น้ำย่างกุ้งเสียก่อนอังกฤษกู้เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้นภายหลังชาวพม่า ช่วยกันกู้ขึ้นมาแขวนไว้ที่เดิมได้จึงถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีซึ่งชาวพม่าถือว่าเป็นระฆังศักดิ์สิทธิ์ให้ตีระฆัง 3ครั้งแล้วอธิษฐานขออะไรก็จะได้ดั่งต้องการชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไปเช่นสีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดงเป็นต้น
 

 
คำไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
วันทามิอุตตมะชมพูวระฐาเนสิงกุตตะเรมะโนลัมเมสัตตังสะรัตนะ
ปฐมังกกุสันธังสุวรรณะตันตังธาตุโยธัสสะติทุติยังโกนาคะมะนังธัมมะการะนังธาตุโย
ธัสสะติตติยังกัสสปังพุทธจีวะรังธาตุโยธัสสะติจตุกังโคตะมังอัตถะเกศาธาตุโยธัสสะติ
อหังวันทามิตุระโตอหังวันทามิธาตุโยอหังวันทามิสัพพะทาอหังวันทามิสิระสา
                   *** อธิษฐานพร้อมด้วยใบไม้ที่แปลว่าชัยชนะและความสาเร็จ ***
เย็น 
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
พักที่ BEST WESTERN Hotel / JASMINE PALACE HOTEL / SKY STAR HOTEL หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน (4 ดาว)
วันที่สาม
ย่างกุ้ง-สิเรียม-เจดีย์เยเลพญา-วัดบารมี-เจดีย์โบตะทาวน์-เทพทันใจ
เทพกระซิบ-ตลาดสก๊อต-กรุงเทพฯ    (B/L/-)
เช้า








 
 
เที่ยง

























 

19.45 น.

21.45 น. 
บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม(Thanlyin) ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 45กิโลเมตรเมื่อเดินทางถึงสิเรียม ชมความสวยงามแปลกตาของเมือง ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ ตั้งแต่ในสมัย นายพลฟิลิปเดอบริโต ยี นิโคเต จนมาสิ้นสุดเมื่อปีพ.ศ. 2156 ร่วมสมัยพระเจ้าทรงธรรมกรุงศรีอยุธยา ท่านจะเห็นเศษซากกำแพงสไตล์ ลูซิตา เนียนบาโรก(Lusitanian Baroque ) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี นำท่านนั่งเรือ ชม พระเจดีย์เยเลพญา (Kyaik HwawWun Pagoda)พระปางมารวิชัยอันงดงามบนเกาะกลางน้ำอายุนับพันปี เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม เกาะนี้ไม่ว่าน้ำจะขึ้นสักเท่าไหร่ก็ไม่มีวันน้ำท่วมได้ ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะ นำท่านไหว้สักการะเพื่อขอพรพระจกบาตรหรือพระอุปคุปที่เป็นที่นับถือของชาวพม่าสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัว ขนาดใหญ่นับร้อยๆ ตัวที่ว่ายวนเวียนให้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับย่างกุ้ง
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร**เมนูพิเศษ เป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร**
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดบารมี ให้สักการะพระเกศาของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง ด้วยองค์พระเกศาธาตุนี้เมื่อนำมาวางบนมือ จะสามารถเคลื่อนไหวได้อีกทั้งวัดนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นที่เก็บองค์พระบรมสารีริกธาตุไว้มากที่สุดด้วยไม่ว่าจะเป็นของพระโมคาลา  พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์ต่าง ๆพร้อมรับพระธาตุเพื่อนำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลฟรี!!ชมเจดีย์โบตาทาวน์สร้างโดยทหารพันนายเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่พระสงฆ์อินเดีย 8รูป ได้นำมาเมื่อ 2,000ปี ก่อน ในปี 2486เจดีย์แห่งนี้ถูกระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรเข้ากลางองค์จึงพบโกศทองคำบรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมธาตุอีก 2องค์ และพบพระพุทธรูปทอง เงิน สำริด 700องค์ และจารึกดินเผาภาษาบาลี และตัวหนังสือพราหมณ์อินเดียทางใต้ ต้นแบบภาษาพม่า ภายในเจดีย์ที่ประดับด้วยกระเบื้องสีสันงดงาม และมีมุมสำหรับฝึกสมาธิหลายจุดในองค์พระเจดีย์จากนั้นนำท่านขอพร นัตโบโบยีหรือพระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทยวิธีการสักการะรูปปั้นเทพทันใจ (นัตโบโบยี)เพื่อขอสิ่งใดแล้วสมตามความปราถนาก็ ให้เอาดอกไม้ ผลไม้ โดยเฉพาะมะพร้าวอ่อน กล้วยหรือผลไม้อื่นๆมาสักการะ นัตโบโบยี จะชอบมาก จากนั้นก็ให้เอาเงินจะเป็นดอลล่า บาทหรือจ๊าด ก็ได้ (แต่แนะนำให้เอาเงินบาทดีกว่าเพราะเราเป็นคนไทย)แล้วเอาไปใส่มือของนัตโบโบยีสัก 2 ใบ ไหว้ขอพรแล้วดึกกลับมา 1ใบ เอามาเก็บรักษาไว้จากนั้นก็เอาหน้าผากไปแตะกับนิ้วชี้ของนัตโบโบยีแค่นี้ท่านก็จะสมตามความปรารถนาที่ขอไว้ จากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนน เพื่อสักการะ เทพกระซิบซึ่งมีนามว่า“อะมาดอว์เมี๊ยะ”ตามตำนานกล่าวว่า นางเป็นธิดาของพญานาค ที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้ารักษาศีล ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนเมื่อสิ้นชีวิตไปกลายเป็นนัตซึ่งชาวพม่าเคารพกราบไหว้กันมานานแล้วซึ่งการขอพรเทพกระซิบต้องไปกระซิบเบาๆ ห้ามคนอื่นได้ยิน ชาวพม่านิยมขอพรจากเทพองค์นี้กันมากเช่นกันการบูชาเทพกระซิบ บูชาด้วยน้ำนม ข้าวตอก ดอกไม้ และผลไม้จากนั้น นำท่านเที่ยวชม ตลาดโบโจ๊ก อองซาน(Bogyoke Aung San)หรือ ตลาดสก๊อต(Scot Market)เป็นตลาดเก่าแก่ของชาวพม่า สร้างขึ้นโดยชาวสก๊อตในสมัยที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เป็นลักษณะอาคารเรียงต่อกันหลายหลัง สินค้าที่จำหน่ายในตลาดแห่งนี้มีหลากหลายชนิด เช่น เครื่องเงิน ที่มีศิลปะผสมระหว่างมอญกับพม่าภาพวาด งานแกะสลักจากไม้ อัญมณี หยก ผ้าทอ เสื้อผ้าสำเร็จรูป แป้งทานาคา เป็นต้น  (หากซื้อสิ้นค้าหรืออัญมณีที่มีราคาสูงควรขอใบเสร็จรับเงินด้วย ทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องแสดงให้ศุลกากรตรวจ) สมควรเวลาเดินสู่ สนามบินนานาชาติมิงกาลาดง
ออกเดินทางจากกรุงย่างกุ้ง กลับกรุงเทพฯ โดยสายบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบินที่ SL207 (ใช้ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)
เดินทางถึง สนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ
 
ไทยแอร์บุคกิ้งดอทคอม
บริการด้วยใจเพื่อคนไทยเที่ยวทั่วโลก
โทรศัพท์ : 021752702
แฟ๊กซ์ : 021752701
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com 
ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม www.thaiairbooking.com
 
 
Thaiairbooking.com ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ ในราคาประหยัด พร้อมประกันการเดินทาง เพื่อให้คุณได้มั่นใจในการเดินทางไปกับเรา ยังมีบริการจองโรงแรม ที่พัก รถยนต์ อย่างครบวงจร และรวบรวมสุดยอดแพคเก็จทัวร์ทั้้งในและต่างประเทศมากมาย เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับหลากหลายประสบการณ์การเดินทาง และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ในราคาประหยัดกับบริการที่มีคุณภาพ
คุณสามารถขอรายละเอียดโปรแกรมทัวร์เพิ่มเติมได้ที่

โทร. 02-175-2702, 081-613-2077
อีเมล์ : ticket@thaiairbooking.com
 
 

 
 
Copyright © 2012-2015 www.thaiairbooking.com All Rights Reserved.